หมวดหมู่บทความ : เกร็ดความรู้ห้ามพลาด

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่คนไทยน้อมรำลึกถึงด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและพระปรีชาสามารถเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ
พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการเกษตร การจัดการน้ำ การศึกษา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาชุมชน และการส่งเสริมให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน หลายโครงการยังคงเป็นต้นแบบในการพัฒนาประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
บทความนี้จะพาไปรู้จักพระราชกรณียกิจสำคัญของในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่น มูลนิธิชัยพัฒนา โครงการหลวง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา โครงการแก้มลิง โครงการฝนหลวง สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โครงการแกล้งดิน กังหันน้ำชัยพัฒนา และหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกและนำแนวพระราชดำริไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
พระองค์ท่านได้มีพระราชดำริจัดตั้งมูลนิธิชัยพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยการช่วยสนับสนุน ส่งเสริม ประสานงาน ให้โครงการของภาครัฐที่มีอยู่แล้วดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะเอื้ออำนวยต่อโครงการภาครัฐที่ถูกจำกัดด้วยระเบียบต่าง ๆ จนดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างล่าช้า
ตัวโครงการชัยพัฒนานี้ก่อตั้งขึ้นในเมื่อ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2531 โดยมีพระองค์ท่านพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนแรกเริ่ม และมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิ จนถึงทุกวันนี้มูลนิธิชัยพัฒนาก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธามากมาย ๆ
โครงการหลวงดำเนินขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 โดยพระองค์ได้พระราชทานเงินกว่า 2 แสนบาท ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดหาที่ดินทดลองวิจัยพืชผลไม้เมืองหนาว เพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกของชาวเขาดอยปุย ให้หันมาปลูกพืชถูกกฎหมายที่สามารถทำรายได้ทัดเทียมกับการปลูกฝิ่นแบบเดิม ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือชาวเขาแล้ว ยังช่วยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และช่วยลดการปลูกฝิ่นอีกด้วย
พระองค์ได้จัดตั้งโครงการนี้เพื่อสนับสนุนหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยสามารถพึ่งพาตนเองได้ ควบคู่กับการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ตลอดจนส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า และลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นการเกษตรตามทฤษฎีใหม่ที่ได้ประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างดียิ่ง
ประเทศไทยมักประสบปัญหาอุทกภัยอยู่บ่อยครั้ง จึงต้องมีการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งพระองค์ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้มีพระราชดำริจัดทำโครงการแก้มลิงขึ้นในปี พ.ศ. 2538 ด้วยการสร้างพื้นที่เก็บกักน้ำ กระจายตามพื้นที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร รองรับน้ำฝนไว้ชั่วคราว ลดปัญหาน้ำท่วม คล้ายกับพฤติกรรมของลิงที่เก็บอาหารไว้ที่กระพุ้งแก้ม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบถึงปัญหาภัยแล้งในพื้นที่แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้มีพระราชดำริคิดค้นทำฝนหลวงขึ้น โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ปล่อยสารให้ก้อนเมฆรวมตัวกัน จนกลั่นตัวเป็นหยดน้ำฝน ตกลงมาเพื่อบรรเทาภัยแล้งให้แก่ราษฎร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านการศึกษาของเยาวชน จึงได้มีพระราชดำริสร้างหนังสือสารานุกรมฉบับใหม่ ที่รวบรวมวิชาการแขนงต่าง ๆ เผยแพร่ให้แก่เยาวชน ซึ่งเป็นการพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้นอกเหนือตำราเรียนจนสามารถนำความรู้ไปใช้ต่อการดำรงชีพ
จากการที่ประเทศไทยประสบกับปัญหาดินเปรี้ยว และดินเป็นกรด พระองค์จึงมีพระราชดำริแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการขังน้ำไว้ในพื้นที่เพาะปลูก ปล่อยให้ดินเกิดปฏิกิริยาทางเคมีจนเปรี้ยวจัด จากนั้นจึงระบายน้ำออกแล้วปรับสภาพดินใหม่ด้วยปูนขาว ให้ดินกลับมามีสภาพเหมาะสมต่อการเพาะปลูกได้
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเห็นว่ามีพื้นที่สภาพน้ำเน่าเสียหลายแห่ง จึงได้คิดค้นกังหันน้ำชัยพัฒนา ด้วยการใช้หลักเติมอากาศให้กับน้ำ ปรับสภาพน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำดี พร้อมกับน้ำมาใช้ปรับสภาพน้ำทุกพื้นที่และได้ผลจริง
ดำเนินขึ้นเพื่อปฏิรูปการเกษตร โดยแบ่งพื้นที่เกษตรออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ขุดเป็นสระน้ำ 30%, ปลูกข้าวในฤดูฝน 30%, ปลูกผักผลไม้ ไม้ยืนต้น 30% และเป็นที่อยู่อาศัยอีก 10% เพื่อเป็นการปลูกพืชหลากหลายให้สามารถหมุนเวียนเพาะปลูกเพื่อจำหน่ายได้อย่างยืดหยุ่น ตลอดจนนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มพูนรายได้ในลำดับต่อไป
จากตัวอย่างพระราชกรณียกิจที่พระองค์ได้ทำมานั้น ล้วนต่อจัดทำเพื่อประโยชน์ของปวงชนชาวไทยทั้งสิ้น แม้ว่าในวันนี้พระองค์จะเสด็จสวรรคตแล้ว แต่ชาวไทยทุกคนพร้อมที่จะดำเนินตามรอยพระยุคลบาท ร่วมมือกันพัฒนาประเทศชาติต่อไป